posted on 24 Aug 2009 13:10 by meenzababin55
คุณเบื่อบิ๊กฟุตหรือเปล่า? คุณเบื่อเนสซีหรือเปล่า?
วันนี้ ผมจะพาท่องไปเที่ยวรอบโลกไปหาสัตว์ประหลาด(สัตว์ลึกลับ)
ซึ่งแต่ละประเทศก็มีสัตว์ประหลาดแบบบิ๊กฟุตที่แตกต่างกันออกไป
ใครได้อ่านดู ต้องโอ้ๆๆๆๆ ว่ามันเคยมีคนพบเห็นด้วยเหรอนี้
นึกว่ามีอยู่ในตำนาน
........ เกือบลืม นอกจากสัตว์พวกนี้ยังแปลกประหลาดแล้ว
สัตว์พวกนี้ยังน่ากลัวเสียด้วยสิ
บางตัวสร้างความเสียหายแก่มนุษย์และนำมาซึ่งภัยพิบัตอย่างน่าประหลาด
เหลือเชื่อ.......รวมๆ แล้วมี 7 ชนิด 7 สัตว์ประหลาด
ซึ่งสัตว์เหล่านี้เหล่านี้เราหวังว่าจะมีการค้นพบเพื่อพิสูจน์ว่ามันเป็นตัว
อะไรกันแน่
มีอะไรบ้างไปดูกัน..................+ +
(ปล. ผมแปลเองแหละ
ที่http://www.cracked.com/article_16223_gay-bigfoot-7-weirdest-mythical-
creatures-in-world.html แปลแล้วอดขำไม่ได้
จนไม่แน่ใจว่าแปลผิดหรือเปล่าเนี้ย เพราะบางตัวมันติ๊งต๊องไงไม่รู้
ถือว่าเป็นความเชื่อของชาวบ้านในประเทศละนั้นๆ กันครับ)
อันดับ7. โพโพบาวะ(Popobawa)
ทรามซิลวาเนีย anzania:mk
ทราม ซิลวาเนีย แดนผีดูดเลือด ประเทศที่มีธรรมชาติที่สวยงาม
พระอาทิตย์ตกดินก็โรแมนติก
แต่พอตกกลางคืนกลับกลายเป็นคืนที่หวาดผวาเมื่อมีสิ่งมีชีวิตลึกลับเคยก่อกวน
พวกเขายิ่งกว่าผีดูดเลือด มันคือ.... Popobawa
หรือยักษ์บินกินคน....(นึกว่ามีแต่นิยาย)
ในศวรรษที่ 70 ที่โซมิซ (ใน ปี 1995 ก็ยังเกิดอยู่
โดยเฉพาะที่ทรามซิสวาเนีย ไอร์แลนด์
)เกิดเหตุการณ์สัตว์ลึกลับประหลาดชนิดหนึ่งอาละวาด
รูปร่างเหมือนไซครอปสัตว์เทพนิยายกรีกแต่มีขนาดเล็กกว่ามากๆ พอๆ
กันค้างคาว มีตาเล็กขนาดใหญ่ หูแหลม
ส่งเสียงทางจมูกฟิ๊ตๆและมีกลิ่นเหม็นมากๆ
มันชอบทำร้ายคนมากกว่าสัตว์เลี้ยง ชอบก่อกวนหนังคาของชาวบ้านตอนกลางคืน
และชอบลับๆ ล่อๆ เข้าไปในบ้านของชาวบ้านเสียด้วยสิ
แต่กระนั้นหลายคนก็บอกว่ามันน่าจะเป็นคนปลอมตัวมากกว่า(คงใช้สลิงลอยตัว)
เพราะมีรายงานว่ามันตบตีผู้หญิง(แสดงว่าชอบซาดิสต์)แถมยังปล้นสะดมด้วย
.........เออ ลืมบอกไป สิ่งที่มันขโมยส่วนใหญ่คือเสื้อผ้า
โดยเฉพาะกางเกง.........(เอาไปทำไมเนี้ย)
อันดับ 6 มานานังเกล (Manananggal)
ฟิลิปปินส์
(ลองแปลดูแล้ว อ่านดูนึกว่าเป็นกระสือบ้านเรา)
มันเป็นสัตว์ลึกลับ(หรือเผ่าลึกลับหว่า??)ของชาวเกาะในฟิลิปปินส์
โดยรูปร่างของ มานานังเกล มีรูปร่าง และหน้าเป็นผู้หญิงโบราณสวย
แต่มีปีกขนาดใหญ่ที่หลังมีความสามารถถอดลำตัวของมันแยกออกได้โดยไม่ตาย(ผี
แล้วนั้น) และบินออกไปหาเหยื่อ
เรื่องของเจ้า มานานังเกล นั้นน่ากลัวมาก โดยที่เกาะ วิซายัน
จะเห็นผู้คนแขวนกระเทียมจำนวนมาก เพื่อป้องกันเจ้า มานานังเกล
(มันเป็นเดร็กคูล่าเหรอเนี้ย)
นอกจากนี้ยังมีความเชื่ออีกว่าถ้าเอาเกลือมาพรมที่พักของ มานานังเกล
และพรมที่ท่อนบนที่เจ้า มานานังเกล แยกตัวออก(ตรงรอยต่อนั้นแหละ)
มันจะตายเมื่อดวงอาทิตย์ขึ้น (ทำไมไม่ใช้ปืนยิงหว่า ง่ายดี ไม่ยุ่งยากด้วย)
ทำไมถึงกลัว ความจริงเจ้าเหรอ มานานังเกล
ก็ไม่มีอันตรายอย่างตรงไปตรงมาหรอก
เว้นสิ่งเหลวที่พ่นใส่ปากหญิงตั้งครรภ์จะทำลายเด็กในครรภ์ได้
นอกจากนี้มันยังชอบกินหัวใจเด็ก(เหมือนปอบ)
นอกจากนี้ยังชอบกินลูกไก่ของชาวบ้านอีกด้วย
ดูคลิปนี้ได้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=OPLjcWTU6aI
อันดับ 5 โวลเปอทิงเกอ (Wolpertinger)
เยอรมัน
กระต่าย เขากวาง หลายคนอาจรู้จัก ซึ่งมันอาศัยอยู่ในอเมริกาตะวันตก
แต่ที่เยอรมันนั้นต่างกัน
รูปร่างของมันก็เหมือนกระต่ายแหละเพียงแต่มันมีปีกเหมือนเป็ด มีเขี้ยว
และเขาเหมือนกวาง
ที่อยู่อาศัยของมันอยู่ที่ป่าสีดำของเบนาเซียว่ากันว่าสัตว์ลึกลับตัวนี้
เกิดจาก ไวรัส Shope Papilloma เป็นสาเหตุมันกลายพันธุ์
โดยเป็นเนื้องอกมะเร็งคล้ายเขากวางบนหัวของกระต่าย (แต่
มะเร็งไม่ได้ทำให้มันบินได้หรอกน่ะ)
ซึ่งมันก็ไม่น่ากลัวอะไรหรอก(ใครจะบ้ากลัวกระต่าย)
เพียงแต่มีข่าวลือกันว่ามันอาจเป็นพาหนะแพร่เชื้อโรค
หรือเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้นกะหล่ำของชาวบ้านตาย
อีกทั้งมันอาจกัดคุณได้ถ้าคุณไปเล่นหัวมัน(ดูเขี้ยวสิ)
นอกจากนี้มียังมีนิสัยชอบหนุ่มหล่อ-สาวสวยอีก(โหย)
อันดับ 4 หนอนมรณะ (The Death Worm)
มองโกเลีย
อัล กอย คอคอย หรือ หนอนมรณะ(บางที่เรียกว่าหนอนไฟฟ้า)
ถ้าคุณจะไปทะเลทรายโกบี หรือทะเลทรายมองโกเลียละก็ระวังมันให้ดี
เจ้าหนอนชนิดนี้มันจะฝังตัวในทะเลทราย และเมื่อมันหิวเมื่อไหร่มันจะออกล่า
อูฐ และม้า ซึ่งเป็นอาหารโปรดของมัน โดยทั่วไปรูปร่างของมันจะคล้ายๆ
ลำไส้วัวตัวเมีย มีสีแดงเข้ม
มีท่าไม้ตายคือถ่มน้ำลายที่มีพิษเหมือนพิษงูเหลืองซึ่งเป็นอันตรายถึงตายได้
ทันทีที่สัมผัสมัน
นอกจากนี้มันยังสามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าแรงสูงเพื่อฆ่าเหยื่อได้ด้วย(ปิกาจู
หรือเปล่านั้น)
ว่า กันว่าเจ้าหนอนตัวนี้เกิดขึ้นเพราะการทดลองของทหาร
ซึ่งเขาใช้พื้นที่ทะเลทรายทดสอบอาวุธนิวเคลียร์เข้าบางที่หนอนนั้นอาจเกิด
กลายพันธุ์ดังกล่าว
และหนอนชนิดนี้เป็นที่สนใจของชาวตะวันตกมากถึ้งขั้นแต่งเป็นนิยายวิทยา
ศาสตร์ โดย อีวาน แมคเคิล นักประพันธ์รัสเซีย
อันดับ 3 พญานาค (Phaya Naga)
ประเทศลาว , ไทย (เย้ๆ ประเทศไทยติดอันดับโลก)
พญานาค เป็นสัตว์มหัศจรรย์ ที่บ้านเราเชื่อว่าเป็นงูยักษ์ แต่ทางฝรั่งคิดว่าเป็นปลามากกว่า
น่า เหลือเชื่อว่าพญานาคบ้านเราติดอันดับ 3 ด้วยเหตุผลมันพ่นไฟได้
(ความจริงพญานาคพญานาค มีพิษร้าย สามารถทำอันตรายผู้อื่นได้ด้วยพิษ ถึง 64
ชนิดแต่ฝรั่งไม่ยักสน)...................
เรื่อง ของเรื่องคือแม่น้ำโขงไงครับ พระจันทร์เต็มดวงเดือนตุลาคม
บั้งไฟพญานาค ที่ฝรั่งมาเห็นโอ้ มายก็อด นั้นคืออะไรนี้ ไฟขึ้นจากน้ำกลมๆ
สีแดง แถมเยอะอีก ลอยบนไฟด้วย นั้นขีปนาวุธหนักเปล่าหว่า
และเมื่อฝรั่งได้ยินคำตอบว่า ไฟนี้เกิดจากปลา(หรืองู)ชนิดหนึ่งชื่อ พญานาค
ก็ร้องโอ้อีกแล้วพูดว่า "ฉันพึ่งเคยได้ยินนี้แหละ
ว่าบนโลกใบนี้มีปลา(หรืองู)ที่สามารถสร้างขีปนาวุธติดวัตถุระเบิดแล้วพ่นทาง
ปลาด้วย ฝรั่ง งง........."
เอาเถอะ.......แม้มีผลวิจัยบอกว่า บั้ง
ไฟพญานาคเกิดจากแก๊สธรรมชาติก็เถอะ
ชาวบ้านแถบลุ่มน้ำโขงก็ไม่เชื่ออยู่ดีแหละ
เพราะความเชื่อพญานาคนั้นมันฝังลึกในสมองของพวกเขาแล้ว และพอถึงปี 2003
สถานีโทรทัศน์ประเทศไทย(ไอทีวี)
ได้ออกมาเสนอข่าวว่าบั้งไฟพญานาคนี้มาจากพลุไฟของทหารลาว ที่ยิงมา
จากเรือลอยน้ำที่จุดขึ้นบนฟ้าเพื่อเฉลิมฉลองงานเลี้ยงที่Buddhist ต่างหาก
และเมื่อสถานีแฉเสร็จก็โดนด่าจากคนทั้งประเทศสิ
แถมมีการฟ้องร้องอย่างใหญ่โตอีก เรียกเงินค่าเสียหายนับล้าน
แม้ ไม่มีรายงานความเสียหายบั้งไฟพญานาคตกใส่คน
หรือทำอันตรายต่อผู้พบเห็น แต่ก็ถือว่ามันก็สร้างความเสียหายแบบอ้อมๆ แหละ
กับสถานีโทรทัศน์ไอทีวี เพราะหมดเงินค่าเสียหายเยอะน่าดู
อันดับ 2 ทิคบาลัง (Tikbalang)
ฟิลิปปินส์
ออก ไปนอกโลกเลยคราวนี้ กับอันดับ 2 กลับมาที่ ฟิลิปปินส์อีกครั้ง
แม้เห็นรูปร่างแบบนี้ก็เถอะแต่มันก็น่ากลัวไม่ใช่ย่อยเลย
เพราะมันฆ่าคนด้วย..............
ทิคบาลังเป็น สัตว์ลึกลับ ครึ่งคนครึ่งม้า ตาสีแดง รูปร่างเหมือนคน
หัวเป็นม้า แต่มีสี่ขาเหมือนเซนเทอร์(สัตว์ในตำนานของกรีก)
ขาของมันค่อนข้างยาวสามารถกระโดดได้ไกลมาก
ที่อยู่อาศัยของมันอยู่ที่ป่าลึกของฟิลิปปินส์ โดยตามความเชื่อของชาวบ้าน
ทิคบาลังชอบกินคน โดยการล่อลวงเหยื่อเข้าไปในป่า
แล้วทุบตีอย่างไร้ความปรานี
อันดับ 1 กษัตริย์หนู (Rat King)
ยุโรป
และ แล้วก็มาถึงอันดับ 1 ของเราที่ผมก็ไม่รู้ว่ามันติดเพราะอะไร
เพราะมันไม่ใช้สัตว์ลึกลับ
แต่เป็นปรากฏการณ์ลึกลับที่แปลกประหลาดที่ไขปริศนามากกว่า
ว่าเป็นเพราะอะไรมันถึงต้องทำอย่างนั้น
ปรากฏการณ์ ราชาหนูหรือพญามุสิกนั้น เป็นปรากฏการณ์ที่ หนูเป็นๆ
กลุ่มหนึ่ง อายุรุ่นคราวเดียว
มัดหางติดกันทั้งกระจุกและถ้าเราให้แพทย์ไปทำการเอ็กซ์เรย์จะพบว่ากระดูก
ท่องหางของมันมัดอย่างหนาแน่น กระดูกบางชิ้นมีรอยหัก
แสดงว่าหนูพวกนี้มีหางติดกันมานาน
และพยายามดึงตัวให้ออกพันธนาการแต่ไม่สำเร็จ
ปรากฏการณ์พญามุสิกนี้ ในช่วง ค.ศ. 1562 ถึง 1963 ได้เกิดขึ้น 57 ครั้ง
ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเยอรมัน ซึ่งทุกรายเป็นหนูสีดำ
จำนวนหนูในแต่ละกระจุกนั้นมีระหว่าง 5 ถึง 12 ตัว และเป็นหนูวัยเดียวกัน
อายุยังไม่โตเต็มที่ มักพบที่ที่มีรูเพดาน ฝาบ้าน ในครัว ในยุ้ง
พร้อมกับเสียงร้องจี๊ดจ๊าดกันระงมในรังที่อยู่อาศัยของมัน
และเมื่อใดที่ผู้คนพบเห็นปรากฏการณ์นี้จะเป็นการทำนายคร่าวๆ ว่า
"จะมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นในไม่ช้านี้" เช่นเหตุการณ์โรคระบาดอหิวาของยุโรป,
สงครามโลก
เครดิต พีแคมมี่จากเด็กดีจ้า
ดีใจจังที่ไทยก็มีติดโผแบบหวุดหวิดอยู่อันดับต้นๆเลย
posted on 24 Aug 2009 13:09 by meenzababin55
ผู้ คนจำนวนหนึ่งเลือกที่จะสะสมแสตมป์
หรือเหรียญกษาปณ์ ในขณะคนกลุ่มหนึ่งเห็นว่าแสตมป์
เหรียญมันช่างเป็นของสะสมน่าเบื๊อน่าเบื่อสิ้นดี
ว่าแล้วคนกลุ่มนั้นก็เริ่มต้นสะสมของที่สุดเหลือเชื่อ
ของสะสมที่น่าขยะแขยง และโรคจิตเกินกว่าความคิดเราจะหยั่งถึง!!
วันนี้ ผมได้รวบรวมของสะสม 6 อันดับสุดแสนน่ากลัวมาไว้ ณ ที่นี้แล้วครับ
เมื่อคุณอ่านดูแทบไม่น่าเชื่อเลยว่านี้คือของสะสม
มันช่างเป็นศูนย์รวบรวมความน่ารังเกียจสุดๆ
แต่มันกลับมีค่าสำหรับอีกคนแทบประมาณค่าไม่ได้
(Cammy อ้วนนรก ณ ทุ่งสังหารแปล แต่อาจไม่เหมือนต้นฉบับ)
อันดับ 6. ขนของผู้มีชื่อเสียง (Celebrity Hair)
อเมริกา, อังกฤษ, ญี่ปุ่น, ไทย(น่าจะมี)
พูดถึงของสะสมดาราคุณนึกถึงอะไรละ รูปถ่าย ของชำร่วย
ลายเซ็นต์ เสื้อผ้า บัตรแฟนคลับใช่เปล่าละ
แต่นักสะสมกลุ่มหนึ่งไปไกลกว่านั้น
คุณอาจได้ยินข่าวว่าขยะที่ใช้แล้วของดาราที่บางชิ้นนั้นมีค่ามากกว่าทองคำ
เสียอีก เช่น เศษกระจก ชักโครกของดารา ทิชชูของดารา
หรือแม้กระทั้งผ้าอนามัย.......แน่นอนผู้มีชื่อเสียง
คนของสาธารณะชนทั้งหลายโปรดระวังถังขยะของคุณให้ดีไม่งั้นมันอาจกลายเป็นบ่อ
ทองคำสำหรับหลายคนก็ได้
แต่ของที่นักสะสมต่างโหยหาอยากจะได้ที่สุดนั้นก็คือ “ขน”
“ขน” ถือว่าเป็นชิ้นส่วนอวัยวะที่หาง่ายที่สุดที่ได้จากดาราแล้วก็ว่าได้
คุณคงไม่สามารถตัดนิ้วมือหรือตัดหูของดาราได้ใช่เปล่าละ ดังนั้น “ขน”ก็
คือสิ่งเติมเต็มสำหรับพวกเขา แล้วใครจะรวบรวมสิ่งนี้ให้เราได้สะสมละ
โหย........เยอะไม่ต้องห่วงมีทั้งบอดีการ์ด คนใช้ คนเสริมสวย คนเก็บขยะ
หรือแม้แต่ตัวดาราเอง!! โดยขนที่เราจะสะสมนั้นมี หลายแบบเช่น เส้นผม
ขนหน้าแข้ง หรือแม้กระทั้งขนเพชร โดยจะนำไปประมูลทุกๆคนที่อยากได้
โดยมีหลักฐานใบรับรองตรวจสอบ DNA ว่าขนนั้นเป็นของดาราจริงๆ
ที่นี้ก็ดูมูลค่าของ “ขน”บ้าง ก็มีหลายราคานะไล่ตั้งแต่ 150 ถึง 2000
ดอลลาร์ ขึ้นอยู่กับความยากที่จะได้มา มีกระทั้งขายทางโทรศัพท์ เป็นของ
JFK(ประธานาธิบดี จอห์น เอฟ เคนาดี) ราคาของมันนั้นประมาณ $ 205 , ขนของ
Che Guevara ขายไป $ 100,000 เมื่อตุลาคม2007 และยังมีอีกหลายคนเช่น
นโปเลียน, Albert Einstein, Abe Lincoln แม้
แต่ผมจำนวนหนึ่งจากผู้ชายที่สังหารลินคอล์นก็มีนะครับ
แถมเส้นผมนั้นเอามาตอนที่ทหารลากศพเขาออกจากสถานที่หลบภัยยุ้งข้าวที่กำลัง
ไหม้เลยนะนี้(เขาว่ายังงั้น)
ในปี 2005 Reznikoff ช่างตัดผมของ Neil Armstrong แอบเอาเส้นผมไปขาย
และเมื่อ Armstrong ได้ยินของเรื่องนี้
เขาพยายามเพื่อยับยั้งมันแต่ก็ล้มเหลว ผลสุดท้าย Reznikoff ก็
ออกมาขอโทษและบริจาคเงินหลายพันดอลลาร์ให้องค์กรการกุศล
ซึ่งมันเป็นเงินเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเมื่อเทียบกับเงินที่เขาได้จากการ
ประมูล
อันดับ 5. ศิลปะจากฆาตกรต่อเนื่อง (Murderabilia)
อเมริกา ในเว็บ MurderAuction.com และ DaisySeven.com
Murderabilia " หมายถึงงานศิลปะที่ผลิตจากฆาตกรต่อเนื่องที่ผลิตออกมา
โดยมีคอนเซ็นต์ออกมาว่ารูปนี้เป็นแรงบันดาลใจที่เกี่ยวของกับเหยื่อที่ฆาตกร
ฆ่า
โดยศิลปะจากฆาตกรที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งคือ Wayne Gacy เป็น
ฆาตกรต่อเนื่องที่สังหารเด็กหนุ่มมากกว่า 20 คน
เขามีนิทรรศการศิลปะซึ่งจัดโดยบริษัท
ซึ่งภาพส่วนใหญ่เขาจะเน้นรูปตัวตลกที่ทำให้น่ากลัว(ตัวตลกนั้นคือเขา)
ส่วนรูปขวาคือหัวกะโหลกที่ทำมาจาก dongs
และก็ยังมีรูปที่มีเหยื่อของเขาต่อตัวเป็นรูปหัวกะโหลก(ภาพที่เหลือไปดูเอง)
อีกคนหนึ่งก็คือ Charles Manson ผู้ ชื่นชอบซาตานและเครื่องหมายสวัสดิกะ
ภาพของเขานั้นเป็นภาพที่วาดอย่างหวัดๆ
และบางภาพเป็นภาพสีที่ดูแล้วยากจะเข้าใจว่าเขาจะสื่ออะไร
และมีรูปลายเส้นที่วาดเล่นๆ เป็นรูปแมงมุมและเส้นด้ายจำนวนมาก
ซึ่งเขาบอกว่าแมงมุมเป็นสัตว์กระหายเลือดและเลือดเย็นดี
แน่ นอนภาพเหล่านี้มีค่ามาก
ส่วนมากถ้าเป็นไปได้ผู้จัดก็ไม่อยากมีการขายเท่าไหร่(กะจะเอาเป็นของตนเอง)
แต่สำหรับฆาตกรแล้วเขาต้องการเงินมากเพื่อใช้ชีวิตในคุกอย่างสงบสุข
กับอาหารเช้าที่แสนอร่อยในชีวิตประจำวัน masturbate และ CourtTV จึง
ต้องตอบสนองความต้องการของฆาตกรเหล่านั้นโดยมีการจัดนิทรรศการศิลปะแรกของ
ผู้ฆ่ามีชื่อเสียงเพื่อนำผลงานมาขายในโลกศิลปะ
แม้จะมีกฎหมายจากผู้พิพากษาว่าห้ามผู้กระทำความผิดอาญาร้ายแรงหาผลประโยชน์
จากอาชญากรรมนั้นเป็นเครื่องมือหาเงินก็ตาม
แต่การป้องกันนี้ไม่ได้ช่วยให้ฆาตกรโรคจิตทั้งหลายขายสินค้าเอาเงินได้เลย
ส่วนมูลค่าของเงินนั้นผมก็ไม่รู้ว่าเขาขายเท่าไหร่กันแต่คงจะเยอะน่าดู ก็มันของหายากนี้ ผมก็อยากได้
อันดับ 4. นาซี (Nazi Gear)
ทั่วโลก (บ้านเราก็หาได้จากเว็บชมรมรักนาซีแห่งประเทศไทย)
แม้นาซีจะครองโลกไม่ได้ แต่ก็ครอบงำจิตใจนักสะสม
แน่นอนคนหลายคนบนโลกหลายคนชอบนาซี เยอรมัน
แม้หลายคนบอกว่ามันเป็นสัญลักษณ์แห่งความอัปยศและความโหดร้ายก็ได้
หลังสงครามโลกครั้งที่สองยุติลง
พวกนาซีทั้งหลายต่างหลงเหลือเครื่องมือยามสงคราม เอาไว้ เช่น เสื้อผ้า
หมวก เครื่องแบบที่มีเครื่องหมายสวัสดิกะ มีดของยุวชนฮิตเลอร์ เหรียญ
ตรากล้าหาญต่างๆ ซึ่งตลอดระยะเวลา 10 ปี
การสะสมของเกี่ยวกับนาซีนี้เป็นที่นิยมอย่างมากและกว้างขวาง มีอยู่ทั่วโลก
มีแม้กระทั้งตลาดรับซื้อตรวจสอบสิ่งของว่าเป็นของนาซีจริงๆ หรือเปล่า
ซึ่งท่านสามารถเอาของที่เหลือจากนาซีไปขายได้ เช่น
เสื้อแจ๊คเก็ตที่ใช้สำหรับทำพิธีสดุดีฮิตเลอร์
รองเท้าบู๊ทขนาดใหญ่ที่พบเจอโรงรถที่ครั้งหนึ่งพวกนาซีอาจใส่มันเตะก้นลูก
สุนัขก็เป็นได้
ไม่นานนี้เองมีชายคนหนึ่งชื่อ ได้นำของมือสองเป็นขวดหล้าองุ่นหายากของ
อดอฟ์ ฮิตเล่อร์ มาขาย ผลสุดท้ายชายคนนั้นได้เงินไปจำนวน 4,000 ปอนด์
ถือว่าเป็นจำนวนเงินที่มากจริงๆ แต่สำหรับนักสะสมแล้วนี้ถือว่าจิ๊บๆ
สำหรับของที่เขาอยากได้
อันดับ 3 ศพสัก (Corpse Tattoos)
ญี่ปุ่น
คุณ เคยอ่านแบล็คแจ๊คไหม ถ้าคุณเคยอ่าน
คุณอาจเห็นหนังของยากูซ่ามนุษย์ที่ถลกออกมาแล้วนำมาใส่กรอบตั้งโชว์แผ่นหลัง
ที่เต็มด้วยศิลปะรอยสักสุดอลังการ
นั้นแหละครับคือของสะสมต่อไปของเรา
พูดถึงรอยสัก คุณนึกถึงอะไร มันคือศิลปะบนเรื่องร่างกายของเราใช่เปล่าละ
มันแฝงไปด้วยความสวยงาม เอกลักษณ์ ปรัชญา ความ เป็นลูกผู้ชาย
ยิ่งลายซับซ้อนยิ่งมีค่า
เพราะกว่าจะสักได้คงเจ็บไม่น้อยทีเดียวแต่ตราบใดที่เรามีอายุ
มีเกิดก็ต้องมีตายรอยสักของเราก็ถูกทำลายไปด้วยใช่เปล่า
นั้นเองที่นักสะสมคนชอบรอยสักหลายคนยอมไม่ได้....โอยใครจะยอมให้มันหายพวก
กับตัวผู้สักละ ดังนั้นพวกเขาเลยตั้งกลุ่มขึ้น
เพื่อรวบรวมผิวหนังที่มีรอยสักของคนใกล้ตายทั้งหลาย โดยการถลกออกจากศพ,
และรักษาไว้ด้วยกรรมวิธีพิเศษ เช่นทำให้ศพแห้งหรือใส่ในแก้วกันเน่า
ตัวอย่างของสะสมนี้มีทั้งผิวหนังของชนเผาต่างๆ ทั่วโลก หรือแม้กระทั้งยากูซ่า(นักเลงญี่ปุ่น)ก็มีให้เลือกสะสม
ดอกเตอร์ Katsunari Fukushi
แห่งมหาลัยแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นคือตัวอย่างของนักสะสมศพสักนี้ เขา
บอกว่าสะสมผลงานชิ้นนี้หลายปีแล้ว
และสามารถเก็บผิวหนังที่ถลกจากศพนี้ได้ด้วยวิธีการทางวิทยาศาตร์ใครมาน้ำยา
พิเศษที่ฉีดลงบนผิวหนังทำให้ผิวหนังที่มีรอยสักยังคงสด ไม่มีทางเน่าได้
โดยเขาถลกหนังนี้จากหลายที่เช่นกลางหลัง แขน ข้อมือ ฯลฯ
ซึ่งในจำนวนของที่เขาสะสมนั้นส่วนมากเป็นของ มาเฟียญี่ปุ่น Yakuza
ซึ่งรอยสักนั้นค่อนข้างแตกต่างกันออกไปตามเครื่องหมายของแก๊ง มีศพสักถึง
105 รายการอยู่ในของสะสมของเขา ส่วนมากชิ้นแรกของ Fukushi ถูกรวบรวม จากปี
1920 ถึง ปี 1940
เรื่อง
ราคานั้นไม่เท่าไหร่แต่ปัญหาก็คือใครละที่จะเสียสละถลกหนังรอยสักมาให้พวก
เขาสะสม อีกทั้งสมัยนี้ใครจะกล้าพอจะสักรอยสักที่เต็มไปด้วยศิลปะแบบนั้น
อันดับ 2 ตัวอย่างมนุษย์ประหลาดดอง (Pickled Punks)
ทั่วโลก
Pickled Punks
เป็นภาษาตลาดที่หมายถึงทารกระยะฟีตัสที่ผิดปกติที่ไม่ทันลืมตาบนโลกก็ตายจาก
นั้นก็นำศพมาดองใส่กระปุก ซึ่งบางครั้งก็เกิดจากการทำแท้ง
แน่นอนมันไม่น่าเชื่อใช่เปล่าละ แต่มันเป็นไปแล้วมีคนสะสมของที่แสนเขย่าขวัญคนนี้จริงๆ โดยสะสมโชว์อย่างเดียวไม่ได้วิจัยแต่อย่างใด
แน่ นอนการสะสมศพดอง กฎหมายไม่ชอบแน่นอน มันห้างแน่ๆ แต่ในปี 1977
มีการนำทารกประหลาดดองออกมาวางโชว์แล้วขายมาแล้วที่อเมริกาในชื่อร้าน C.M.
Christ ผลเหรอก็โดนตำรวจจู่โจมนะสิ
คนขายโดนตำรวจจับในข้อหาครอบครองของเหลือของมนุษย์ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
แม้ จะมีกฎหมายในการเลิกล้มในการขายของสะสมนี้ก็ตาม
แต่ปัจจุบันก็ยังมีการแอบซื้อขายของแบบลับๆ อยู่ ในเว็บแถวๆ นี้แหละ
โดยมีทั้งของจริง หรือแบบจำลองทำจากยาง โดยราคาก็มีหลายแบบ คือ$ 65 ถึง
$200 คุณคงอยากได้สักกระปุกเพื่อตั้งไว้หลังเตียงนอนคุณใช่เปล่าละ
และแล้วก็มาถึงอันดับ 1 ของเรา
คุณพร้อมไหมที่จะรับความจริงที่อยู่ตรงหน้าของคุณต่อไปนี้ ?
แน่ใจ?
OK . . .
ตกลง...ไปดูเลย
อันดับ 1.รูปสลักอวัยวะสืบพันธ์มนุษย์ (Genital Casts)
???
ไม่ได้ลามก จกเปรตแต่อย่างใด และ พึ่งรู้เองว่าอันดับ 1 คือไอ้นี้
หลังจากแปลมาแล้วจนเกือบหมด
เอาเป็นว่าให้อยากชมรูปของมันก็เอาไปที่เว็บนี้ดู และพยายามอ่านเอาความรู้
ว่าบนโลกใบนี้มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังสะสมของสิ่งนี้อยู่
ศิลปะ
ของปูนปลาสเตอร์น่าทึ่งที่เป็นรูปหล่อของอวัยวะสับพันธ์ของคนนั้นเพิ่งเป็น
ของใหม่ ซึ่งเริ่มมีการสะสมเมื่อ 10 ปี ก่อนแล้ว โดยมันเริ่มขึ้นเมื่อปี
1960 หญิง
วัยรุ่นคนหนึ่งที่หลงใหลดาราและเก่งศิลปะได้ทำศิลปะโดยได้แนวคิดจากรูปปั้น
เทพอโพโลของกรีก แต่เธอกลับนั้นอวัยวะเพศแทน.......โดยเธอปั้นนักดนตรีวง
Jimi Hendrix และ Zappa (แน่นอนเน้นส่วนล่างเท่านั้น
และเมื่อเธอเอาไปอวดให้คนอื่นเห็น มันก็ได้รับความนิยมแบบเงียบๆ นับแต่นั้นเป็นต้นมา
นักสะสมปูนปลาสเตอร์นี้ที่มีชื่อเสียง คือ Cynthia Albritton เธอ
บ้าสะสมของสิ่งนี้มาก
ถึงขั้นจัดงานสะสมเธอเป็นพิพิธภัณฑ์ที่โรงแรมในเมืองชิคาโก
เธอบอกว่าปูนปลาสเตอร์เหล่านี้เธอทำขึ้นโดยมีต้นแบบจากคนจริงๆ
ไม่ว่ามีชื่อเสียงหรือไม่มีชื่อเสียง จากทุกสาขาอาชีพ
เธอจะให้เขาเปลือยผ้า และอันทาบปูนก่อนที่จะทำบล็อกและสลักมัน
ซึ่งเธอสะสมศิลปะแบบนี้มานานแล้ว ละมีหลายแบบ เช่น
อวัยวะสืบพันธ์เพศหญิงและชาย หน้าอกของผู้หญิง จากหลายช่วงอายุ
ส่วนราคาของสะสมชิ้นนี้ตั้งราคาต่ำสุดที่ $ 200 ถึง$ 500
ขึ้นอยู่กับตำแหน่งความสวยงาม และชนิดของกระบวนการหล่อ
และความมีชื่อเสียงของเจ้าของ
จบ แล้วครับสำหรับของสะสมโรคจิต
จะจิตมากจิตน้อยก็แล้วแต่ความคิดเห็นของแต่ละคน จะสะสมอะไรก็ได้
แต่ก็ขึ้นกับความถูกต้องของกฎหมายและศิลธรรม ส่วนผมเหรอผมสะสมการ์ตูน H
ครับ+ +
เครดิต พี่แคมมี่
อันดับหนึ่งน่าเกลียดอ่ะจะอ้วกแตก
posted on 24 Aug 2009 13:06 by meenzababin55
ม่ร
ู้กลายเป็นตำนานหรือบทบังคับที่บันทึกอยู่ในตำราวิชาคนดังเบื้องต้นว่า
ถ้าเป็นดาราหรือโด่งดังเมื่อไร
ห้ามลืมเรียกร้องสิทธิแบบที่พิเศษซู้ด..ที่สุด
แล้วมันก็กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วสำหรับบรรดาคนในวงการที่ต้องคอยจัด
เตรียมสิ่งต่าง ๆ ที่พวกเขาอยากได้ เพราะถ้าขัดใจขึ้นมา
มีหวังว่าบรรดาซูเปอร์สตาร์ได้มีอาการวีนแตกกันแน่
มาดูกันนะคะว่าคนดังคนไหนจะมีความต้องการสูงมากพอที่จะติดอันดับสิบสุดยอด
อันดับ 10.....เจอร์รี่ ฮัลลิเวลล์ [Geri Halliwell]
นักร้องสาวหนึ่งในอดีตสมาชิกสไปซ์เกิร์ล
แต่ตอนนี้เธอผันตัวเองมาเป็นนักร้องเดี่ยวแล้ว
และถึงแม้ว่าความดังของเธอจะไม่เปรี้ยงปร้างเท่าสมัยก่อน
เธอก็ยังรักชีวิตที่หรูหราอยู่ดี
ตำนานความน่ากลัว
เมื่อ คราวที่เธอต้องไปร้องเพลงปลอบขวัญบรรดาทหารอังกฤษที่ประจำการอยู่ที่
แถวตะวันออกกลาง เธอร้องขอไม่มากหรอก
แค่เต็นท์พักผ่อนที่ติดเครื่องปรับอากาศภายใน
ตู้เย็นที่เต็มไปด้วยนมถั่วเหลืองและเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถต่อเข้า
อินเตอร์เน็ตได้ เธอจะนำน้องหมาคู่ใจไปด้วยทุกที่
แม้แต่ในห้องประชุมที่เต็มไปด้วยผู้หลักผู้ใหญ่ในชุดสูทก็เถอะ
ระหว่างการถ่ายทำรายการ "Pop Idol" ในประเทศอังกฤษ
(รายการที่ผู้ชมทางบ้านแข่งกันร้องเพลงคล้าย The Star) เธอ
ตอบตกลงที่จะเป็นดารารับเชิญในรายการ
หากเธอเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องมุมกล้องที่ถ่ายเธอเองทั้งหมด
เท่านั้นยังไม่พอ เธอยังห้ามไม่ให้ผู้เข้าประกวดร้องเพลงของเธออีกด้วย
(ไม่รู้เหมือนกันว่า เธอกลัวว่าเสียงของคนอื่นจะฟังดีกว่ารึเปล่า)
ในงานคอนเสิร์ตรวมนักร้องครั้งหนึ่ง เจอร์รี่พักอยู่ที่โรงแรมดังของเมือง
โดยเธอได้เช่าทุกห้องที่อยู่ชั้นเดียวกับเธอ
ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะสาเหตุเดียว
คือเธอไม่ต้องการดินชนกับบรรดานักร้องคนอื่น (ที่เธอไม่ค่อยจะถูกชะตาด้วย)
*** คะแนนความน่ากลัว = 60% ***
อันดับ 9.....รอบบี้ วิลเลี่ยมส์ [Robbie Williams]
นักร้องดังที่เริ่มต้นอาชีพจากวงดนตรีสุดฮ้อต (เมื่อ สิบปีที่แล้ว)
ตอนนี้เขากลายเป็นน้องร้องเดี่ยวที่มีลีลาเป็นของตัวเอง
และงานเพลงของเขาเคยสร้างผลงานติดอันดับท็อปจำนวนมาก
ทำให้ร็อบบี้ได้รับการดูแลอย่างดีในทุก ๆ ที่ที่เขาไป
ตำนานความน่ากลัว
เมื่อคราวที่ร็อบบี้ไปเวียนนา เขาได้เช่าห้องทั้งหมดในโรงแรมรวม 71 ห้อง
เพื่อเขาจะได้อยู่อย่างสงบและไม่มีการรบกวนจากบรรดาแฟนเพลง
ร็อบบี้เคยปฏิเสธที่จะออกเดินทาง ถ้าบรรดาผู้ติดตามของเขามีไม่ครบหมดทั้ง
140 คน เขาเรียกร้องให้ผู้จัดงานเตรียมห้องแต่งตัวไว้ให้เขา
โดยให้มีของเหล่านี้อยู่ในห้องด้วย บาร์ค็อกเทลพร้อมเครื่องดื่มโปรดของเขา
ต้นบอนไซและโปสเตอร์ดารานำ หนังที่เขาชื่นชอบตั้งแต่เด็ก
*** คะแนนความน่ากลัว = 64% ***
อันดับ 8.....นาโอมิ แคมป์เบลล์ [Naomi Campbell]
ในวงการสุดยอดนางแบบ
ไม่มีใครไม่รู้จักเธอเพราะเธอเป็นซูเปอร์โมเดลผิวหมึกระดับแนวหน้า
ที่บรรดาดีไซเนอร์ชื่อดังของโลกต่างก็ต้องการตัวกันทั้งนั้น
ตำนานความน่ากลัว
เมื่อปี 1998 ชื่อ เสีย(ง) นาโอมิดังใช้ได้ทีเดียว
เมื่อเธอยอมรับเคยใช้กำลังลงมือลงไม้กับผู้ช่วย ถ้าเขาทำให้เธอโมโหสุด
เป็นอันรู้กันดีในวงการว่านาโอมิมักจะมาสายกว่าเวลาที่นัดเป็นประจำ
เมื่อปี 1993 เธอเคยถูกไล่ออกจากเอเจนซี่ชื่อดัง Elite เหตุ
ก็เพราะบรรดาพนักงานต่างก็ไม่มีใครสามารถทำงานกับเธอได้
นอกจากนั้นเธอเป็นเจ้าวางแผน อารมณ์เสียง่ายและก็หยาบคาย
เธอจะทำกับพวกเราเหมือนข้าทาสเลยทีเดียว
แต่ถึงอย่างไรนาโอมิก็ทำให้เอเจนซี่ใจอ่อนทีหลังและทั้งสองก็คืนดีกัน
เมื่ออยู่หลังเวที เธอมักจะมีชื่อในด้านการสร้างความโกลาหลให้กับพนักงาน
เพราะเธอจะกรีดร้องสุดเสียง หากมีใครทำอะไรให้เธอไม่พอใจ
*** คะแนนความน่ากลัว = 72% ***
อันดับ 7.....คริสทีน่า อากีเลร่า [Christina Aguilera]
นักร้องเพลงป๊อปสุดแสนจะเซ็กซี่ที่มีเพลงติดชาร์ทอยู่หลายเพลง
และเจ้าของสไตล์การแต่งตัวที่ไม่ค่อยมีบรรดาแฟนเพลงแต่งตามเท่าไร
ตำนานความน่ากลัว
คริ สทิน่าเกลียดรถติดเป็นที่สุด
เธอไม่ยอมติดแหง็กอยู่บนถนนที่รถติดไม่ขยับแน่ ๆ
เพราะอย่างนั้นเลยต้องมีรถตำรวจวิ่งนำขบวนของเธอทุกครั้ง
เวลาที่ต้องเดินทางไปสถานที่จัดคอนเสิร์ต
ในจำนวนของที่เธอเรียกร้องในห้องพักหลังเวทีมีตั้งแต่ชีสหายากราคาแพงไปจน
ถึงวิตามินลายการ์ตูนที่เธอชื่นชอบ
ระหว่างการแสดงในไนท์คลับแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอน
คริสทิน่าเคยเรียกร้องไม่ให้ทุกคนสูบบุหรี่ (รวมถึงบรรดาผู้ชม)
เจ้าหน้าที่ต้องวุ่นวายกับการกำจัดกลิ่นบุหรี่ให้หมดไปก่อนนั่นล่ะ
คริสทิน่าถึงจะยอมก้าวเท้าขึ้นเวที
*** คะแนนความน่ากลัว = 78% ***
อันดับ 6.....จัสติน ทิมเบอร์เลค [Justin Timberlake]
นักร้องเสียงเล็กที่แตกตัวมาจากวงบอยแบนด์เอ็กซ์ซิ้งค์
ความต้องการของเขาน่ากลัวจนทำให้แฟนเก่าอย่างบริทนี่ย์ต้องอายเลยทีเดียว
ตำนานความน่ากลัว
เมื่อคราวที่เขาไปแสดงคอนเสิร์ตที่ประเทศอังกฤษ บรรดาแฟน ๆ
ต่างก็ต้องตกใจเมื่อเขาต้องยกขบวนคนติดตามจำนวนมากถึง 90 คน ไปด้วยทุกที่
แล้วเวลาเข้าพักในโรงแรมต่างประเทศ
จัสตินมักเรียกร้องให้โรงแรมติดกระจกไว้ที่ใต้เพดานในห้องนอนของเขา
นอกจากนี้พนักงานโรงแรมยังไม่ได้รับอนุญาตให้พูดคุยกับได้โดยตรงอีกด้วย
เมื่อจัสตินต้องทำธุระในห้องน้ำนอกสถานที่
เขามีบอดี้การ์ดสองคนยืนอยู่ข้างหน้าห้องน้ำตลอดเวลา
*** คะแนนความน่ากลัว = 80% ***
อันดับ 5.....เอลตัน จอห์น [Elton John]
สำหรับนักร้องดังอย่างเอลตัน จอห์น
ด้วยชื่อหน้าที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นถึง "เซอร์"
บวกกับอายุที่มากพอที่คนรอบข้างจะยำเกรงแล้ว
เขายังสามารถทำให้คนอื่นเกรงใจได้อย่างไม่ต้องเอ่ยปากเลยทีเดียว
ตำนานความน่ากลัว
เอ
ลตันเคยให้คนสนิทของเขาโทร.หาผู้จัดการในโรงแรมให้หรี่เครื่องปรับอากาศที่
อยู่ด้านบนหลังคาของโรงแรม
เนื่องจากมันส่งเสียงดังมากและทำให้เขาไม่สามารถนอนหลับได้ เอลตัน
จอห์นเคยแต่งตัวอย่างหรูหราและมีวิกผมอันใหญ่มาก
จนเขาไม่สามารถมางานในรถลีมูซีนส่วนตัวได้
เอลตันจึงต้องนั่งรถบรรทุกคันใหญ่ที่มีความสูงพอสำหรับทรงผมของเขา
ครั้งหนึ่งก่อนให้สัมภาษณ์ในรายการโทรทัศน์ชื่อดัง
เอลตันเรียกร้องให้มีการเตรียมของในห้องรอส่วนตัวของเขา
โดยให้เด็กในกองถ่ายไปซื้อผ้าเช็ดมือสีดำที่ทำจากผ้าฝ้ายของอียิปต์ 14 ผืน
และให้ซักครั้งหนึ่งก่อนจัดเตรียมให้เขาในห้อง
ระหว่างช่วงพักผ่อนในต่างประเทศ
ถึงแม้ว่าเอลตันจะมีบอดี้การ์ดมากพอที่จะคอยกันบรรดาแฟนเพลงให้อยู่ห่างจาก
เขาแล้วก็ตาม แต่ก็มีแฟนเพลงคนหนึ่งเดินเข้ามาในระยะใกล้และตะโกน "สวัสดี"
เขาได้
เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เอลตันเลิกล้มแผนการพักผ่อนครั้งนั้นและกลับทันที
*** คะแนนความน่ากลัว = 85% ***
อันดับ 4.....เจนนิเฟอร์ โลเปซ [Jennifer Lopez]
กับความสำเร็จทางด้านดนตรีและภาพยนตร์ (บางเรื่อง)
เจนนิเฟอร์กลายเป็นดาวดวงเด่ที่ผู้คนต่างจับตามองตลอดเวลา
จึงเป็นเรื่องปกติที่เธอจะทำตัวเป็นเหมือนเจ้าหญิงตลอดเวลา
ตำนานความน่ากลัว
กาแฟ ของเจ.โลจะต้องชงโดยให้ช้อนกาแฟหมุนทวนเข็มนาฬิกาเท่านั้น
ไม่อย่างนั้นเธอจะไม่ดื่มมันเลย
บรรดาพนักงานและคนที่ทำงานให้เธอทุกคนจะถูกห้ามไม่ให้จ้องมองเธอที่ตาโดยตรง
(ยก เว้นช่างแต่งหน้าของเธอเท่านั้น)
ก่อนหน้าที่เธอจะเช็คอินเข้าโรงแรมได้ เตียงที่เธอนอนจะต้องถูกเปลี่ยน
นั่นรวมถึงฟูกและหมอน
ส่วนผ้าปูเตียงก็ต้องเป็นผ้าฝ้ายอียิปต์ที่มีเส้นด้ายอย่างน้อย 250 เส้น
เจ.โลเคยเรียกร้องการคุ้มกันมากกว่าบรรดาเชื้อพระวงศ์ที่มาร่วมในงานเสียอีก
ระหว่างการแข่งเบสบอลที่เธอไปร่วมเชียร์
เจ.โลได้ให้ทางสนามกันห้องน้ำหนึ่งห้องไว้สำหรับเธอใช้เท่านั้น
และมันก็สร้างความไม่พอใจให้กับบรรดาผู้ชมคนอื่นเป็นจำนวนมาก
*** คะแนนความน่ากลัว = 91% ***
อันดับ 3.....มารายห์ แครี่ย์ [Mariah Carey] (ไม่สงสัย ว่าทำไมติด)
เธอเป็นนักร้องที่โด่งดังไปทั่วโลกและความดังนี้ไม่ได้มาจากพลังเสียงของเธอ
เท่านั้นหรอกนะ เพราะสิทธิพิเศษที่เธอเรียกร้องนั้นก็ไม่เบาเลยทีเดียว
ตำนานความน่ากลัว
หนึ่ง ในผู้ช่วยของมารายห์จะมีหน้าที่เดียวเท่านั้น
เขาจะต้องคอยยื่นผ้าขนหนูให้เธอทุกครั้งที่เธอต้องการ
สิ่งที่มารายห์ต้องการให้เตรียมไว้ในห้องแต่งตัวระหว่างทัวร์คอนเสิร์ต
ได้แก่ แชมเปญย่อห้อโปรด ชุดชงชาสำหรับ 8
ที่และเก้าอี้ผู้กำกับที่มีชื่อเธอ (ถึง แม้ว่าทั้งห้องจะเป็นของเธอก็ตาม)
มารายห์เคยจ้างสไตลิสต์ส่วนตัวมาเพื่อคอยจัดขาของเธอให้ดูสวยงามเมื่อต้อง
ถ่ายรูป ระหว่างการเดินทางไปออกรายการโทรทัศน์
มารายห์เคยให้รถลีมูซีนคันยาวของเธอจอดข้างทางด่วน
ทำให้เกิดรถติดยาวเป็นกิโล
เพียงเพราะเธอต้องการแต่งหน้าให้สวยก่อนถึงสถานีโทรทัศน์..แค่นั้นล่ะ
มารายห์เคยบอกยกเลิกการให้สัมภาษณ์ในรายการโทรทัศน์อย่างกะทันหันเมื่อรู้
ว่า จะต้องมีการเดินลงบันได เพราะเธอว่า "เห็นแล้ว...ไม่สวย"
*** คะแนนความน่ากลัว = 94% ***
อันดับ 2.....ชารอน สโตน [Sharon Stone]
ถึงแม้ว่าจะห่างหายจากจอเงินไปนาน
แต่ดาราดังคนนี้ยังคงคิดว่าตัวเองเจ๋งที่สุดเสมอ
มีพรมแดงที่ไหนย่อมต้องมีชารอนที่นั่นแน่นอน
ตำนานความน่ากลัว
หลังจากที่ประสบความสำเร็จจากเรื่อง Basic Instinct
ผู้สร้างวางแผนที่จะสร้างภาค 2 แต่เมื่อเห็นข้อเรียกร้องของชารอน
(ที่มีความยาวห้าหน้า) โปรเจ็คท์นี้กลับต้องล่มไป
เธอแค่ต้องการบอดี้การ์ดตลอด 24 ชั่วโมง ระหว่างการถ่ายทำ ผู้ช่วยสองคน
เซฟทำอาหารส่วนตัว คนเลี้ยงเด็กสามคน รถยนต์คาดิแลคเปิดประทุน
ห้องพักระดับดีที่สุด การเดินทางชั้นหนึ่งและถ้าจะต้องบิน
เธอจะต้องบินในเครื่องบินส่วนตัวเท่านั้น
ส่วนเครื่องประดับที่เธอใส่ในภาพยนตร์
เธอจะต้องได้สิทธิ์ครอบครองมันภายหลังด้วย ระหว่างการถ่ายทำเรื่อง
Catwoman และ ชารอนต้องการเป็นคนสุดท้ายที่จะเดินบนพรมแดง
(ตามธรรมเนียมฮอลลีวู้ดแล้ว
ตำแหน่งนี้จะตกเป็นของนักแสดงนำของหนังเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ก็ฮัลลี่
เบอร์รี่นั่นล่ะ) หลังจากการโต้เถียงไม่นาน ฮัลลี่
เบอร์รี่ก็ยอมสละตำแหน่งเดินรั้งท้ายนี้ให้เธอไป คนสนิทเล่าว่า "ฮัล
ลี่ไม่อยากให้มันกลายเป็นเรื่อง ใหญ่โต เธอจึงเป็นฝ่ายยอม"
เมื่อชารอนได้รับเชิญไปสัมภาษณ์ในรายการโทรทัศน์ในอเมริกา
เธอเปลี่ยนแปลงการจัดไฟและมุมกล้องบ่อยครั้งมาก
จนทำให้การถ่ายทำล่าช้าไปถึง 2 ชั่วโมง
*** คะแนนความน่ากลัว = 97% ***
อันดับ 1.....มาดอนน่า [Madonna]
ใครบ้างล่ะที่จะไม่รู้จักเธอ
หลังจากที่เธอร่วมเข้าลัทธิคับบาล่าห์แล้ว มาดอนนน่าเคยให้สัมภาษณ์ว่า
"เมื่อย้อนดูชีวิตของฉันแล้ว
ฉันรู้สึกว่าได้ใช้ชีวิตอย่างเห็นแก่ตัวและคิดถึงแต่ตัวเองเท่านั้น"
(ไม่ใช่เธอเท่านั้นหรอกที่คิดอย่างนี้)
ตำนานความน่ากลัว
ในปี 1989 โรง แรมโลเวลล์
ในกรุงนิวยอร์กได้ติดตั้งอุปกรณ์ออกกำลังกายใหม่หมดตามความต้องการของมาดอน
น่า แต่นั้นก็เพราะเธอคือแขกสำคัญ (และต้องพักที่นั่นทั้งปีเท่านั้นเอง)
เมื่อมาดอนน่าได้รับเชิญให้ออกรายการ Top of The Pops ในปี 2001 เธอ
เรียกร้องห้องแต่งตัวสามห้อง จักรเย็บผ้า
เครื่องปรับความชื้นและจักรยานออกกำลังกายของเธอ
ระหว่างพักผ่อนอยู่ที่รีสอร์ทหรูในอิตาลี
เธอต้องการให้ทางโรงแรมปิดไฟทุกดวงในสนาม
เพื่อที่เธอจะได้เห็นดวงดาวได้อย่างชัดเจน
มาดอนน่าเคยได้ร่วมแสดงละครเวทีในกรุงลอนดอน
เธอให้โรงละครยกระดับเวทีให้สูงขึ้นอีก 1 ฟุต
เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ชมสามารถวิ่งขึ้นมาหาเธออย่างชิดใกล้ได้
มาดอนน่าเชื่อในลัทธิคับบาล่าห์และจะต้องดื่มน้ำคับบาล่าห์
(ที่เชื่อว่าได้รับพรแล้ว) เท่านั้น ระหว่างทัวร์คอนเสิร์ตทั่วโลก
เธอจะสั่งน้ำจำนวน 25 ลัง ไปด้วยตามสถานที่ต่างๆ ที่เธอแสดง
ระหว่างทัวร์คอนเสิร์ต
มาดอนน่ายังต้องการให้มีการสร้างห้องสำหรับการนั่งสมาธิไว้ที่ด้านหลังเวที
โดยห้องนี้จะต้องสร้างจากวัสดุที่กันเสียงได้เป็นอย่างดีด้วย
*** คะแนนความน่ากลัว = 100% ***
เครดิต พี่แคมมี่
อันนี้เราไปสมัครสมาชิกเว็บเด็กดีแล้วไปเจอบทความนี้ก็เลยเอามาฝาก
posted on 24 Aug 2009 11:14 by meenzababin55
วันนี้วันจันทร์ ไม่ได้ไปโรงเรียน(ดีจริง)เพราะไม่สบายเหอเหอ
วันนี้ดูมิสยูนิเวอร์สอยู่แต่ละึคนสวยทั้งนั้น
เซ้งเซ็ง
คุณเคยใช่มั้ยคำว่า"เซ็งเป็ด"
จบ!
สวัสดีค่ะ!